Read Time:1 Minute, 21 Second

ฟอร์จูนทาวน์  จัด Bangkok Job Fair 2021 @ Fortune Town เสริมงาน สร้างคน เสริมโอกาส สร้างรายได้

ฟอร์จูนทาวน์  จัด Bangkok Job Fair 2021 @ Fortune Town เสริมงาน สร้างคน เสริมโอกาส สร้างรายได้ ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์  ผนึกกำลัง กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน  เสริมงานสร้างคน จัดกิจกรรม  “Bangkok Job Fair  2021 @ Fortune...
Read Time:5 Minute, 3 Second

WeTV จับมือ gr8digit ตอบรับกระแสความสำเร็จ เตรียมฉาย ซีรีส์วายอีสาน “ข่อยฮักเจ้า เรารักกัน” ซีซั่น 2 ดึง “มนต์สิทธิ์-อาม ชุติมา-แจ๊คเด้-เต้ย อภิวัฒน์”และคนดังอีสานร่วมแสดงเพียบ เริ่มความฟินสนั่นแอปฯ 29 มีนาคม นี้

กรุงเทพฯ : WeTV ศูนย์รวมความบันเทิงแห่งเอเชีย ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวีดีโอสตรีมมิ่งผ่านช่องทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันระดับชั้นนำของไทย ภายใต้บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด ร่วมกับ บริษัท เกรทดิจิต จำกัด เอาใจสายวายอีสานให้ได้ฟินจิกหมอนจนตัวงอกันอีกครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับออนไลน์มิวสิคัลวายอีสานเรื่องแรกของประเทศ “ข่อยฮักเจ้า เรารักกัน” เดินหน้าประกาศออนแอร์ซีซั่น 2 อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมมอบความฟินแบบดับเบิ้ล ครบทุกรสชาติ ทั้งสนุกและดราม่าคูณสอง เมื่อความรักของเน็ตไอดอลและนักฟุตบอลโรงเรียนสุดฮอต มีอุปสรรคชุลมุนวุ่นรักครั้งใหม่เข้ามาทดสอบ...
Read Time:38 Second

DPU X เปิดคอร์สอบรมฟรี “How to การเลือกใช้เสียงประกอบให้โดนในงาน Digital Media”

กลับมาอีกครั้งกับ DPU Playfessional เปิดประสบการณ์ สร้างความเป็นมืออาชีพนอกห้องเรียน DPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกับ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ชวนมาเปิดประสบการณ์ ผ่านหัวข้อ “การเลือกใช้เสียงประกอบให้โดนในงาน Digital Media” โดยนักดนตรี โปรดิวเซอร์ที่โชกโชนเรื่องการทำเสียงประกอบ

Read Time:29 Second

พรุ่งนี้ห้ามพลาด!! Live Streaming เปิดตัว New Product ประกันรถเปิดปิด Home Plus ประกันภัยมิติใหม่ที่ดูแลครบทั้งรถและบ้าน

พบผู้บริหารคนสำคัญ คุณเทพพันธ์ อัศวะธนกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ ที่จะมาเล่าที่มาและ Concept ของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เอาใจคนไทยยุค New Normal พร้อมกับพรีเซนเตอร์คนพิเศษ อาเล็ก ธีรเดช ที่จะมาแชร์ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ที่นี่ เวลานี้ วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม 2564 เวลา 10.30 น. – 12.00 น....
Read Time:6 Minute, 26 Second

ไทยจับมือเยอรมนี เปลี่ยนผ่านพลังงาน ขับเคลื่อนขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ

(จากซ้าย) ผศ.ดร.อาดา รัยมธุรพงษ์ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย นายไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ ผลวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ขอนแก่น, 23...
Read Time:24 Second

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ชวนร่วมงาน Marriott Thailand Travel Show

เจค็อบ เฮลเกน รองประธานภาคพื้นประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมาร์ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล      จัดงาน “Marriott Thailand Travel Show” ระหว่างวันที่ 15-28 มีนาคม 2564 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยมี โจชัว ลี,วริยา ลุลิตานนท์,ปริม ปัญญาเสรีพร,สรัลธร อัศเวศน์,โมนิก้า โกรเวอร์และสรีวรรณ สุดสนิท เข้าร่วมงานดังกล่าว ณ...
Read Time:1 Minute, 27 Second

เปิดประตู สู่อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ FIRST STEP TOWARDS MEDICAL DEVICE INDUSTRY

พบกับหลักสูตรเปิดประตู สู่อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ (First step towards medical device industry) หลักสูตรที่จะทำให้การก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไม่ได้ยากอีกต่อไป . โดยหลักสูตรนี้วัตถุประสงค์หลัก เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการเข้าสู่การผลิตเครื่องมือแพทย์ และกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสถานประกอบการ อัพเดทมาตรการกฎระเบียบ และการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทันต่อการปรับตัวของผู้ประกอบการ . สถาบันพลาสติกจึงได้จัดสัมมนาในรูปแบบออนไลน์ “เพื่อสร้างทางรอด ชี้ทางลัด สู่อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์” โดยการบรรยายจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงที่...
Read Time:17 Second

สแกนเนียมุ่งมั่นสู่การลดคาร์บอน

 นายโจฮัน  คลาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดและหัวหน้างานด้านความยั่งยืน บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2564  คาดว่าจะเป็นปีที่ยากลำบากของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยต่อเนื่องจากการระบาดของโควิด-19  แต่  “สแกนเนีย”  ผู้ผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่จากสวีเดน จะยังคงไม่ทิ้งเป้าหมายที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืน  ด้วยผลิตภัณฑ์ งานบริการ และเทคโนโลยีที่มีความพร้อมสำหรับธุรกิจลูกค้า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนของประเทศไทย ด้วยการนำหลักการขนส่งที่ยั่งยืน 3 ประการ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งในระดับต่าง ๆ ได้แก่   1. ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency)  ซึ่งหมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ช่วยทำให้ใช้พลังงานน้ำมันสำหรับการเผาไหม้น้อยลง เมื่อเผาไหม้น้อยลงก็ปล่อยมลพิษน้อยลงไปด้วย แน่นอนว่าต้นทุนขนส่งก็ลดลงไปด้วย เป็นการช่วยเพิ่มผลกำไรให้ธุรกิจไปพร้อมกัน  2. เชื้อทางเลือกและพลังงานไฟฟ้า (Alternative Fuels and Electrification) โดยการพัฒนาการรองรับพลังงานทางเลือกและรถพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนว่าสามารถลดปริมาณการปล่อยมลพิษได้อย่างชัดเจนและ 3.การขนส่งที่ชาญฉลาดและปลอดภัย (Smart and Safe Transport ) โดยสแกนเนียได้พัฒนาระบบการขนส่งอัจฉริยะและปลอดภัย เพราะนักขับคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในธุรกิจขนส่ง ระบบอัจฉริยะที่ช่วยให้ขับขี่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยลดอุบัติเหตุบนสังคมท้องถนนแล้ว ยังช่วยบริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทั้ง  3 หลักการด้านการขนส่ง จะสามารถช่วยให้ระบบขนส่งของเราสะอาดปลอดภัย   และมีประสิทธิภาพมากขึ้น            นายโจฮัน กล่าวว่า “ตามความตกลงปารีส ปี 2559 มีหลายประเทศได้ร่วมลงนามกับองค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ทำให้สแกนเนียมุ่งมั่นอย่างมากที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนให้ทุกคนจริงจังกับความยั่งยืน เพราะมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป สภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ฝุ่น PM 2.5 รวมถึงการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก ล้วนเกี่ยวข้องกับวิกฤตทางธรรมชาติ           “จุดประสงค์ของสแกนเนีย คือการผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืนมากขึ้นไม่ว่าเราจะอยู่ในยุโรปหรือไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดในโลกก็ตาม และมากกว่าร้อยละ 25 ของไอเสีย   คาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดมาจากอุตสาหกรรมการจราจรและระบบการจราจรขนส่งทางบก โดยเรามุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา” นายโจฮัน กล่าว                 ดังนั้นเพื่อเข้าสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืนในแต่ละปีสแกนเนีย จึงได้ใช้งบประมาณจำนวนมากในการวิจัยและพัฒนาเพื่อความยั่งยืนพร้อมกับเพิ่มศักยภาพธุรกิจขนส่งให้กับลูกค้า แม้ในสถานการณ์โควิด-19 จะมีความรุนแรงต่อเนื่องยาวนาน แต่การดำเนินงานสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืนยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือและทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อคงความเป็นผู้นำด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  พร้อมกับช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสนับสนุนให้ลูกค้าของเราสามารถสร้างความแตกต่าง โดยการทำตลาดและให้บริการไปพร้อมกับธุรกิจที่ยั่งยืนโดยใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของสแกนเนีย                      นายโจฮัน ยังให้ความเห็นว่า การขนส่งที่ยั่งยืนสามารถเพิ่มมูลค่าและโอกาสให้กับผู้ประกอบการขนส่งได้ พร้อมกับการลดมลพิษ จากที่ปัจจุบันการตั้งเป้าหมายการลดมลพิษเพื่อความยั่งยืน เป็นเรื่องที่บริษัทชั้นนำหลาย ๆ บริษัทมีอยู่ในแผนพื้นฐานทางธุรกิจ และสแกนเนียมีผลิตภัณฑ์และบริการที่พร้อมจะตอบโจทย์เหล่านั้นได้ “เรามีรถที่ตอบโจทย์ธุรกิจขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมงานบริการที่มีคุณภาพและระบบที่ช่วยวิเคราะห์เพื่อพัฒนาการขนส่งให้ดียิ่งขึ้น ให้ความยั่งยืน กับกำไรในธุรกิจดีขึ้นไปด้วยกัน”               ทั้งนี้เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา สแกนเนียได้เปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าเต็มรูปแบบ สามารถเดินทางได้ไกลสูงสุดถึง 250 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรถบรรทุกไฮบริด นอกจากนี้ ยังเปิดตัวเครื่องยนต์ V8 ใหม่ ที่พัฒนาให้มีกำลังสูงขึ้น แต่ปล่อยมลพิษน้อยลง ในตลาดยุโรปและอเมริกาใต้ แสดงให้เห็นว่าแม้ต้องประสบกับวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 แต่สแกนเนียไม่หยุดการพัฒนาด้านการขนส่งที่ยั่งยืน “ประเทศไทยมีทรัพยากรที่ดีสำหรับผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างไบโอดีเซล เนื่องจากเป็นประเทศเกษตรกรรม” และในปีเดียวกันสแกนเนียสามารถบรรลุการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายของข้อตกลงปารีส (Science Based Targets initiative (SBTi) ได้สำเร็จ ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้คือการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากภายในองค์กรลงให้ถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปริมาณการปล่อยคาร์บอนในปี พ.ศ.2558          

Read Time:12 Second

สแกนเนีย สยาม พัฒนา เร่งฟื้นตลาดรถบรรทุก – รถบัส ปี 2021

นางสตีน่า เฟเกอร์แมน กรรมการผู้จัดการบริษัทสแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่า สแกนเนียยังคงวางแผนลงทุนในการเพิ่มศักยภาพทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และงานบริการอย่างต่อเนื่อง  สำหรับประเทศไทยในปี 2564 จะเป็นปีแห่งการพัฒนาเพื่อช่วยให้ลูกค้าฟื้นตัวได้เร็วที่สุดจากสถานการณ์ยากลำบากหลังจากการระบาดของโควิด -19 อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 ที่ผ่านมา สแกนเนียมีส่วนแบ่งการตลาดประเภทรถบรรทุกในประเทศไทยประมาณร้อยละ 2.5 และส่วนแบ่งตลาดรถบัสโดยสารในประเทศไทยถึงประมาณร้อยละ 20 ซึ่งตัวเลขทั้งสองตลาดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตโดยมียอดขายรถบรรทุกสแกนเนียที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก  297  คัน และรถบัส 96 คัน   ทำให้เห็นว่าสแกนเนียได้ทำตลาดให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยสแกนเนียเน้นตอบโจทย์การขนส่งทุกรูปแบบให้กับลูกค้ารถบรรทุก และยังรักษาความเป็นพันธมิตรธุรกิจเคียงข้างลูกค้ารถโดยสาร เพื่อที่จะรักษายอดขายและได้ขยายส่วนแบ่งการตลาดและเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของยอดขายในประเทศไทยต่อไปอย่างต่อเนื่อง            นางสตีน่ากล่าวว่า สำหรับงานด้านบริการ สแกนเนียพร้อมกับการเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ที่จังหวัดสระบุรีที่จะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้  ซึ่งศูนย์บริการแห่งนี้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีลูกค้านิยมใช้บริการเป็นจำนวนมากซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 100 กิโลเมตรเท่านั้น ด้วยสระบุรีเป็นเหมือนประตูสู่ภาคอีสาน และธุรกิจขนส่งของลูกค้าเรามากมายผ่านเส้นทางนี้ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะลงทุนเพิ่ม โดยสแกนเนียเป็นผู้บริหารจัดการด้วยตัวเราเอง (Captive Dealer) เพื่อมอบบริการที่ดีขึ้นให้กับกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการอยู่ปัจจุบัน และเรายังมองศูนย์ฯ สระบุรีใหม่นี้ให้สามารถรองรับการเติบโตในอนาคตได้อีกด้วย” นอกจากนั้น สแกนเนียยังมองการขยายให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล กับโครงสร้างพื้นฐานมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา คาดการณ์ว่าหลังวิกฤตโควิด จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง             “การระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าได้ส่งกระทบกับทุกคนในทุกอุตสาหกรรมอย่างหนัก แม้แต่สแกนเนียสยามก็ไม่มีข้อยกเว้นโดยบริษัทฯได้หยุดดำเนินการผลิตที่โรงงานประกอบรถบรรทุกในเขตชานเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้วและปรับกลยุทธ์ใหม่และเริ่มนำเข้ารถบรรทุก ส่งตรงจากระบบการผลิตในสวีเดน ก่อนที่จะนำเข้ามาในประเทศไทย ด้วยระบบการผลิตทั่วโลกของสแกนเนีย ทำให้มั่นใจได้ว่ารถของเราจะมีคุณภาพเหมือนกัน ไม่ว่าเราจะสร้างมาจากที่ไหนก็ตาม”นางสตีน่ากล่าวและว่าที่สำคัญที่สุดคือรถที่ผลิตในสวีเดน จะมีราคาจำหน่ายเทียบเท่ากับการผลิตในประเทศไทย ไม่กระทบต่อการให้บริการลูกค้าแต่อย่างใด             ทั้งนี้สแกนเนีย สยามก่อตั้งในปี 1986 และครบรอบ 35 ปีในการทำตลาดในประเทศไทยในปีนี้ สแกนเนียสยามยังคงวางแผนที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อตลาดในประเทศไทย พร้อมมุ่งมั่นพัฒนางานบริการให้ดีขึ้น ให้รถลูกค้าพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพิ่มผลกำไรธุรกิจขนส่ง ขับเคลื่อนสู่ระบบขนส่งที่ยั่งยืน “เพราะธุรกิจคุณ สำคัญที่สุด”              นางสตีน่า กล่าวต่อว่า ลูกค้าของสแกนเนีย ทุกรายจะได้รับข้อเสนอสเปครถ และงานบริการหลังการขายที่เหมาะกับธุรกิจของลูกค้า ทำให้ไม่ต้องกังวลกับปัญหาค่าซ่อมที่ไม่คาดคิด และให้รถของลูกค้ารับงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสแกนเนียยังได้ปรับงานบริการให้โดนใจลูกค้ามากขึ้นโดยการขยายเวลาเปิดศูนย์บริการถึง 22.00 น. (4 ทุ่ม) เพื่อรองรับการใช้บริการหลังเวลาปกติ (จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 17.00 น.)โดยเริ่มต้นจากที่ศูนย์บริการสาขาบางนา กม.19 (สำนักงานใหญ่) เป็นแห่งแรก ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสทางธุรกิจ และทางเลือกที่มากขึ้น  นอกจากนี้ สแกนเนียยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่พร้อมให้คำปรึกษา หรือออกให้บริการซ่อมนอกสถานที่ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน           ในปี 2564 สแกนเนียสยาม ยังคงทำงานร่วมกับลูกค้าในการร่วมเปลี่ยนแปลงสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืนการขนส่งที่ยั่งยืน (Driving the shift towards a Sustainable transport system) เช่น การฝึกสอนนักขับรถบรรทุกและรถบัส เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และมุ่งมั่นสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน  รวมถึงพยายามผลักดันเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม  โดยสแกนเนียมีความรู้ และความพร้อมเกี่ยวกับระบบการขนส่งที่ยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ บนพื้นฐาน หลัก 3 ประการ ได้แก่ 1.การใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ 2.ระบบขนส่งอัจฉริยะและปลอดภัย 3.รถพลังงานทางเลือกและพลังงานไฟฟ้า            “เราต้องการที่จะมั่นใจว่า ลูกค้าเข้าใจในเรื่องการใช้สแกนเนียแล้วสามารถลดมลพิษได้อย่างไร แน่นอนว่าการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ หรือ ความประหยัดน้ำมันของรถสแกนเนียคือหนึ่งในสิ่งที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ตั้งแต่ตอนนี้ นอกจากนี้ สแกนเนียยังพร้อมที่จะเปลี่ยนสู่พลังงานเชื้อเพลิงทางเลือกในรูปแบบต่างๆ ถ้าหากมีความต้องการจากตลาดประเทศไทยในอนาคต ซึ่งเราภูมิใจที่จะบอกว่ามันจะช่วยให้ลูกค้าได้กำไรไปพร้อมกับความยั่งยืน” นางสตีน่า กล่าว

Read Time:5 Minute, 8 Second

ถอดรหัสความสำเร็จเกินคาด จากมนุษย์เงินเดือนสู่การเปิดธุรกิจแฟรนไชส์กับ BEST Express ดันยอดส่งพัสดุด่วนโต 7 เท่า ภายใน 2 ปี

BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) แฟรนไชส์ขนส่งพัสดุด่วนชั้นนำ เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้เป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์หลักในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นขนส่งเจ้าแรกและเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่เปิดให้นักลงทุนเข้ามาคว้าโอกาสสร้างผลกำไรและเป็นเจ้าของธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน BEST Express แฟรนไชส์หลัก (First station) โดยตอกย้ำความสำเร็จจากจำนวนนักลงทุนที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กว่า 200 ราย กระจายอยู่ทั่วประเทศหลังเปิดดำเนินการธุรกิจ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ในระยะเวลา 2 ปี กับ 800 สาขาที่ให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัด นาย พงศ์ วณิชย์มณีบุษย์ เจ้าของและกรรมการบริหาร แฟรนไชส์ BEST Express ศูนย์บริการสาขา พระนครศรีอยุธยา หนึ่งในนักลงทุนเปิดธุรกิจแฟรนไชส์กับ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ที่สามารถสร้างยอดขนส่งพัสดุด่วนเติบโตได้ถึง 7 เท่าภายในระยะเวลา 2 ปี เผยถึงจุดเริ่มต้นในการลงทุนและเคล็ดลับการทำธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุด่วนกับ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ว่า ก่อนหน้าที่จะเข้ามาลงทุนกับ เบสท์ เอ็กซ์เพรส เริ่มต้นจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน และหลังจากนั้นไม่นานก็ออกมาทำธุรกิจของตนเอง ลองทำมาหลากหลายธุรกิจ จนได้มาลงทุนกับ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ซึ่งก็เห็นได้ชัดเจนว่ามีโอกาส และมีแนวโน้วที่เติบโตกว่าธุรกิจอื่น ๆ ที่ทำอยู่ “โมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ของ เบสท์ เอ็กซ์เพรส เป็นขนส่งพัสดุด่วนเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาเป็นเจ้าของกิจการในพื้นที่เปิดแฟรนไชส์ 100% เสมือนมีโฉนดที่ดินอยู่ในมือ หมายความว่า ผมลงทุนเปิดแฟรนไชส์ เบสท์ เอ็กซ์เพรส อยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดังนั้นทั้งจังหวัดอยุธยาถือเป็นกรรมสิทธิ์ของผมทั้งหมด ดังนั้นนักลงทุนรายอื่น ๆ จะไม่สามารถเข้ามาทำธุรกิจ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ในอยุธยาได้ และแน่นอนว่าหลังจากได้ลงมาทำธุรกิจแฟรนไชส์กับ เบสท์ เอ็กเพรส ก็ยิ่งเห็นโอกาสทางธุรกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ เบสท์ เอ็กซ์เพรส เติบโตอย่างรวดเร็ว จากวันแรกที่มีพัสดุเข้ามาที่สาขา 500 ชิ้นต่อวัน ปัจจุบันนี้มีพัสดุมากถึง 3,500 ชิ้นต่อวัน เติบโตมหาศาล 7 เท่าภายในระยะเวลา 2 ปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาดมาก” นาย พงศ์ วณิชย์มณีบุษย์ กล่าว สำหรับการบริหารจัดการพัสดุส่งด่วนที่มีปริมาณมากขึ้นในทุก ๆ วัน มีเคล็ดลับในการทำธุรกิจ คือ เรื่องแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือ “การบริหารจัดการ” เพราะ เบสท์ เอ็กซ์เพรส คือ พัสดุส่งด่วน ดังนั้นการวางแผนการส่งสินค้าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งเริ่มจากการประเมินพัสดุส่งด่วนในแต่ละวัน หลังจากนั้นแบ่งพื้นที่การจัดส่งให้ให้ละเอียดที่สุด ยกตัวอย่างเช่น พัสดุส่งด่วนทั้งหมด 3,500 ชิ้น แบ่งพัสดุในแต่ละพื้นที่ให้เหลือไม่เกิน 1,500 ชิ้นต่อพื้นที่ เพื่อให้การส่งพัสดุด่วนมีประสิทธิภาพมากที่สุด เรื่องที่สอง คือ การวางกลยุทธ์การตลาด นักลงทุนต้องเข้าใจพื้นที่ที่ตนเองดูแล รู้ว่าตนเองและคู่แข่งมีจุดแข็งและจุดอ่อนอะไร เพื่อนำมาปรับและพัฒนาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค รวมถึงพัฒนาธุรกิจให้เติบโต ยกตัวอย่างเช่น ระบบการรับส่งพัสดุด่วนมี 2 ขาหลัก ๆ คือ ขารับพัสดุ และขากระจายพัสดุ สำหรับขารับพัสดุ นอกจากรับพัสดุจากลูกค้า Walk-in แล้ว ผู้ประกอบการต้องพยายามทำยอดจากการหาลูกค้าเพิ่ม ซึ่งกลุ่มที่มีพฤติกรรมการส่งพัสดุจำนวนมากที่เห็นได้เด่นชัด คือ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าธุรกิจออนไลน์ ดังนั้นกลยุทธ์คือการเสาะหาและเข้าไปทำความรู้จักเพื่อจีบให้เขามาส่งพัสดุกับเรา ในส่วนของขากระจาย สิ่งที่สำคัญ คือ การบริหารคน เพราะการกระจายพัสดุต้องใช้คนเป็นจำนวนมาก ทำอย่างไรให้ทีมงานอยากทำงานกับเรา เป็นหนึ่งเดียวกัน ลูกน้องต้องอยู่ได้ และอยู่อย่างมีความสุข ดังนั้นกลยุทธ์ คือ การจัดเส้นทางส่งพัสดุให้ถูกทิศทาง เพื่อย่นระยะเวลาการจัดส่งและทำให้การส่งพัสดุด่วนมีประสิทธิภาพมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น เป้าหมาย คือ การส่งพัสดุอย่างต่ำประมาณ 70 ชิ้นต่อคนต่อวัน และต้องส่งสำเร็จอย่างน้อย 95% เป็นอย่างต่ำ ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าในวันนั้นพัสดุจะเข้ามาในสาขามากแค่ไหน จะต้องระบายออกให้หมดไม่ให้เหลืออยู่แม้แต่ชิ้นเดียว จึงจะตอบโจทย์ของคำว่า “เอ็กซ์เพรส” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน และเรื่องสุดท้าย คือ การจัดการบัญชีและการเงิน เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจทุกประเภท เพราะหากไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แม้จะทำยอดขายได้ดีแต่เงินภายในอาจจะไม่เพียงพอต่อการหมุนเวียนธุรกิจ “ทำธุรกิจกับ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ไม่ยากเลยครับ เพราะทาง เบสท์ เอ็กเพรส มีการจัดฝึกอบรมก่อนลงสนามจริงโดยจะสอนพื้นฐานการทำธุรกิจสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในธุรกิจเอ็กซ์เพรสหรือขนส่งพัสดุด่วน ส่วนเรื่องเทคนิคการทำธุรกิจผมแนะนำให้ศึกษาจากแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จแล้วจากบทความที่ทาง เบสท์ เอ็กซ์เพรส จัดทำขึ้นไว้ หรือหมั่นพูดคุยและศึกษาจากพวกเขาให้ได้มากที่สุด” นาย พงศ์ วณิชย์มณีบุษย์ กล่าวปิดท้าย สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนเปิดธุรกิจแฟรนส์ขนส่งพัสดุกับ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนทั่วไทย หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ BEST Inc. (บริษัทแม่) ผู้นำแถวหน้าด้านระบบการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอัจฉริยะแบบครบวงจร ที่ดำเนินการให้บริการทั้งในประเทศจีนและทั่วโลก รวมถึงการยกระดับนวัตกรรมโลจิสติกส์ที่ทันสมัย เพื่อสร้างระบบการขนส่งเชื่อมต่อไทย – จีนและภูมิภาคต่าง ๆ ท่านสามารถดูรายละเอียดการลงทุนเพิ่มเติมและกรอกข้อมูลใบสมัครร่วมเปิดธุรกิจกับ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ได้ที่ https://www.best-logistics.co.th/ หรือติดต่อผ่าน Line Official Account ของ BEST FS CENTER ที่ลิงก์นี้ https://lin.ee/jj3oCAb

Load More Posts